วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สถานการณ์ก๊าซร่อแร่

จัดทำโดย...

นายเชาวรัตน์ เจริญสุข เลขทะเบียน 4902100596

เรื่อง สถานการณ์ก๊าซร่อแร่

ดูขำๆนะครับ ปตท.เพิ่งจะเฉลิมฉลองครบ8ล้านชั่วโมง(คนทำงาน)ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยองที่ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

สถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์

แต่ขณะเดียวกัน โรงแยกก๊าซที่6ของปตท.ซึ่งก่อสร้างเสร็จแล้ว กลับไม่สามารถจะเปิดใช้งานได้เพราะไม่มีการดำเนินการให้ครบถ้วนขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ

นายแบงก์ใหญ่อย่างอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ชักจะรู้สึกร้อนหนาวบ้างแล้วถึงกับบอกว่า ปัญหามาบตาพุดกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยยิ่งกว่าปัจจัยการเมืองซะอีก

โรงแยกก๊าซโรงที่6เปิดไม่ได้ก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ขาดแคลนก๊าซในประเทศเข้าไปใหญ่

โรงแยกก๊าซที่มีอยู่5โรงทั่วประเทศ คงจะปิดซ่อมตามวาระไม่ได้เลย และแม้จะเดินเครื่องจักรโดยไม่หยุดปิดซ่อมเลยก็คงจะไม่เพียงพอสนองความต้องการใช้อยู่ดี

ต้องนำเข้าLPGจากต่างประเทศ

ปัจจุบันนำเข้าLPGโดยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 1 แสนตัน ประมาณการกำลังผลิตโรงแยกก๊าซที่6ก็ในราว1ล้านตันเศษ พอสูสีจะทดแทนการนำเข้าได้

ผลจากการทดแทนการนำเข้าไม่ได้ ก็ต้องทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องชดเชยLPGในปัจจุบันถึงก.ก.ละ18บาท เมื่อรวมกับภาระNGVที่ขณะนี้ชดเชยอยู่ในระดับ6บาท ก็ยิ่งทำให้ภาระกองทุนน้ำมันหนักอึ้ง

ถ้าไม่รีดเงินกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกมีหวังกองทุนเป็นตัวแดงตั้งแต่ม.ค.ปีหน้าแน่คิดไปแล้ว

มันเป็นเวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ของประเทศไทย ที่สร้างกฎกติกาขึ้นมาให้เป็นภาระตนเอง โดยไม่มีอำนาจจากภายนอกซึ่งเราควบคุมไม่ได้เช่นกลไกตลาดโลกมาสร้างภาระให้

มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็เหมือนไม่มี เรียกหน่วยงานในสังกัดที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนมาประชุมก็บ้อท่า ไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆออกมา

ข้อเท็จจริงที่อาจจะยกขึ้นต่อสู้ได้เช่น โรงแยกก๊าซที่6ผ่านความเห็นชอบในแผนEIAมาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ก็ไม่คิดจะต่อสู้

คงโยนความหวังการเยียวยาไปที่คณะกรรมการชุดคุณอานันท์แบบลมๆแล้งๆ จะให้กรรมการชุดคุณอานันท์ช่วยแก้แบบไหนก็ไม่เห็นจะบอกแนวทางไป

รัฐบาลชุดนี้คงจะง่อยเปลี้ยเสียขาไปแล้วตั้งแต่ผู้นำรัฐบาลยันรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ

ปัญหาโรงแยกก๊าซที่6 หากไม่คลี่คลายก็เตรียมรับมือกับปัญหาก๊าซขาดแคลน และกองทุนน้ำมันไม่สามารถจะแบกรับภาระชดเชยอีกต่อไปได้เลย

ความน่าเศร้าซ้ำสองก็คงหนีไม่พ้นจะต้องรีดค่าตังน้ำมันเพิ่มเอากับประชาชนผู้ใช้น้ำมันอีกน่ะสิ

ที่มา : http://www.kaohoon.com/pg.newspaper/article_detail.aspx?cid=34557

คำถามท้ายเรื่อง :
1. ทำไม่โรงแยกก๊าซที่ 6 จำไม่สามารถเปืดใช้งานได้?
2. ปัจจุบันไทยนำเข้าLPGโดยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละกี่ตัน?
3. ท่านคิดว่าปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขได้อย่างไร?


วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โพลหนุนพลังงานทดแทนวาระชาติ

จัดทำบทความโดย....
นายเชาวรัตน์ เจริญสุข เลขทะเบียน 4902100596
เรื่อง โพลหนุนพลังงานทดแทนวาระชาติ


นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พพ.ได้รับทราบผลการจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขต กทม.และปริมณฑลที่มีต่อพลังงานทดแทน จากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จำนวน 1,016 แบบสอบถาม ซึ่งสามารถสรุปผลความคิดเห็นในหัวข้อที่สำคัญๆ ได้ดังนี้ ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อปัญหาราคาพลังงานของประเทศไทย ปัจจุบันมีความรุนแรงหรือไม่ ประชาชนตอบว่า มีความรุนแรงมาก สูงถึง 67.36% และปานกลาง 30.05% ด้านประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เป็นอยู่มากน้อยเพียงไร ประชาชนได้รับผลกระทบมาก 44.56% และได้รับผลกระทบปานกลาง 50.26% โดยมีเพียง 1% ที่ตอบว่าไม่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ด้านการกำหนดว่าภาครัฐควรมีมาตรการ หรือแนวทางส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างไร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ภาครัฐควรจัดสรรงบประมาณวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทน 27.67% รองลงมาได้แก่ ควรกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ 22.28% และภาครัฐควรให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนพลังงานทดแทนและการผลิตเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน 20.83%

นายไกรฤทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พพ.ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของประชาชนตามโพลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้แผนพลังงานทดแทน 15 ปี ก็ได้กำหนดให้พลังงานทดแทนเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งได้มีการระบุรายละเอียดในระดับแผนปฏิบัติการในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การวิจัยพัฒนาและส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล และพืชพลังงาน เป็นต้น มั่นใจได้ว่าจะสามารถทำให้พลังงานทดแทน เป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาวิกฤติราคาพลังงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย

“จากผลสำรวจดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัว และให้ความสำคัญกับปัญหาราคาพลังงานที่เกิดขึ้นว่ามีความรุนแรง ส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานทดแทน และเห็นว่าภาครัฐควรมีการส่งเสริมพลังงานทดแทนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมทั้งจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ตลอดจนเร่งให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องจริงจัง โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการผลิตพลังงานสะอาดในอนาคต” นายไกรฤทธิ์ กล่าว

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/bmnd/762321
คำถามท้ายเรื่อง :
1.ใครเป็นผู้กล่าวบทความข้างต้น
2.ประชาชนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาพลังงานอย่างไร
3.จงยกตัวอย่างพลังงานทดแทนมา 2 ข้อเป็นอย่างน้อย